www.knowledgertraining.com
หน้าแรก หลักสูตรและตารางอบรม วิทยากร บริการของเรา ติดต่อลงทะเบียน  
-A +A
 
ลงทะเบียนและชำระเงิน
ติดต่อเรา
 Search
 
Change Language to  








  เทคนิคการทำ Project Schedule Compression    
          

      เทคนิคการทำ Project Schedule Compression คือ เทคนิคในการลดระยะเวลาของการดำเนินงานในโครงการ ให้เสร็จเร็วขึ้น ใช้ในกรณีที่ Project Manager ต้องการเร่งรัดงานในโครงการ โดยไม่มีการลดขอบเขตงาน หรือกล่าวโดยให้เข้าใจง่ายคือ Project Manager ต้องการลด Project Time โดยไม่ลด Project Scope นั่นเอง  อ้างอิงตาม Project Management Body Of Knowledge (PMBOK) นั้น  เทคนิคการทำ Schedule Compression มีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  1. เทคนิคการทำ Project Schedule Compression โดยการ Fast Tracking ทำโดยการเปลี่ยนลำดับของกิจกรรมproject management, pm training, อบรม pmp, pmpในโครงการ จากที่เคยทำงานแบบต่อเนื่องกัน ให้เปลี่ยนมาเป็น ทำงานแบบพร้อมๆกัน  เช่น  โครงการมีกิจกรรม 2 กิจกรรม คือ ทาสีห้อง และ ปูพรมพื้นห้อง  และ Project Manager กำหนดให้ ทาสีเสร็จก่อน แล้วจึงเริ่มปูพรมที่พื้นห้อง  แต่หาก Project Manager ต้องการเร่งรัดงานให้ใช้เวลาน้อยลง และตัดสินใจใช้เทคนิคการทำ Schedule Compression แบบ Fast Tracking นั้น การทาสีห้อง และปูพรมพื้นห้อง ก็จะถูกดำเนินการไปพร้อมๆกัน เพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น วิธีการดังกล่าว ไม่มีค่าใช้จ่ายในการทำงานเพิ่ม แต่อาจจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงในด้านคุณภาพของโครงการ เช่น สีอาจจะทำให้พรมเสียหาย  และอาจจะส่งผลต่อต้นทุนของโครงการ อันเนื่องมาจาก การแก้ไขข้อผิดพลาดของการทำงาน ที่มีผลมาจากการเปลี่ยนลำดับของกิจกรรมในโครงการ   
     
  2. เทคนิคการทำ Project Schedule Compression โดยการ Crashing ทำโดยการเร่งรัดงานในโครงการ ให้แต่ละกิจกรรมเสร็จเร็วขึ้น โดยไม่เปลี่ยนลำดับงานในแต่ละกิจกรรม แต่จะใช้วิธีเพิ่มทรัพยากรเข้าไปในกิจกรรมต่างๆ knowledger, pm training, project managementเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น หากอ้างอิงถึงตัวอย่างข้างต้นนั้น  เทคนิคการ Crashing จะหมายถึง การเพิ่มคนในการทาสีห้องเพื่อให้กิจกรรมการทาสี เสร็จเร็วขึ้น หรือการเพิ่มคนในการปูพรมพื้นห้องให้เสร็จเร็วขึ้น โดยยังคงทำงานตามลำดับกิจกรรมเดิม คือ ทาสีเสร็จก่อน แล้วจึงเริ่มปูพรมที่พื้นห้อง เทคนิคดังกล่าวนั้น ไม่มีความเสี่ยงในเรื่องคุณภาพของงาน เนื่องจาก ลำดับกิจกรรมยังคงเหมือนเดิม แต่จะมีความเสี่ยงในเรื่องการเพิ่มต้นทุนของโครงการ และหากเป็นกิจกรรมที่ไม่สามารถจะทำให้เร็วขึ้นได้ ถึงแม้จะเพิ่มทรัพยากรเข้าไปแล้วก็ตาม ก็จะไม่สามารถใช้เทคนิค Crashing ช่วยทำให้โครงการเร็วขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น  ในโครงการ พัฒนา Software นั้น  การเพิ่มจำนวน Programmer เข้าไปในโครงการ ก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้กิจกรรมการพัฒนา Program เร็วขึ้น หาก Programmer ไม่เข้าใจความต้องการของผู้ใช้งาน
เทคนิคการทำ Schedule Compression ทั้ง 2 วิธีนั้น มีผลกระทบต่อโครงการเสมอ ในด้านใดด้านหนึ่ง ดังนั้น หาก Project Manager มีความจำเป็นต้องเร่งรัดงานในโครงการให้เสร็จเร็วขึ้นนั้น  ก่อนที่จะเลือกใช้ เทคนิคทั้ง 2 วิธีข้างต้น  Project Manager จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลดังนี้
  • รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมต่างๆในโครงการ
  • ลำดับของกิจกรรมในโครงการ
  • ทรัพยากรที่แต่ละกิจกรรมในโครงการต้องใช้
  • กิจกรรมจะเสร็จเร็วขึ้นหรือไม่หากเพิ่มทรัพยากรเข้าไป
  • โครงการจะเสร็จเร็วขึ้น โดยการเร่งรัดงานที่กิจกรรมใด (ต้องเป็นกิจกรรมใน Critical Path)
  • ประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น หากปรับเปลี่ยนลำดับของงาน
  • ประเมินสิ่งที่จะได้ จากการเพิ่มทรัพยากรเข้าไปในแต่ละกิจกรรม
  • ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหากต้องเพิ่มทรัพยากรเข้าไปในแต่ละกิจกรรม

แล้วจึงเลือกใช้เทคนิควิธีทั้ง 2 ตามความเหมาะสมเพื่อให้โครงการ มีระยะเวลาในการทำงานลดลง และมีความเสี่ยงน้อยที่สุด ทั้งในเรื่องคุณภาพ และต้นทุนที่เพิ่มในโครงการ  การใช้เทคนิคทั้ง 2 วิธีนั้น Project Manager ควรพิจารณาประยุกต์ใช้ทั้ง 2 วิธีให้เหมาะกับบริบทของแต่ละกิจกรรมในโครงการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
 
                                                                                             ไพบูลย์ ปัญญายุทธการ PMP
 
 

 
 
     
  ปัจจัยความสำเร็จในการจัดตั้ง PMO  
      
 
การจัดตั้ง PMO นั้น เป็นกระแสที่มีความนิยมอย่างมาก สำหรับองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่ ในรอบ 10 ปี ที่ผ่านมา เหตุเนื่องมาจาก ผู้บริหารต้องการเครื่องมือในการบริหารโครงการ ทั้งหมดในองค์กร ซึ่ง PMO เป็นแนวคิดที่สามารถตอบโจทย์นี้ได้ แต่การจัดตั้งและพัฒนาหน่วยงาน PMO ให้สำเร็จและยั่งยืนนั้น ยังเป็นคำถามที่ท้าทายวิธีการจัดการขององค์กรอยู่เสมอ ในบทความนี้ เราจะมาวิเคราะห์ถึง ปัจจัยความสำเร็จ ในการจัดตั้ง PMO ในองค์กร
 
อ่านต่อ
 
     
 
 
  มารู้จัก Project Management Office (PMO) กันเถอะ  
     
  PMO ตามคำนิยาม ของ Project Management Body Of Knowledge (PMBOK) นั้น หมายถึง "Management structure that standardizes the project-related governance process and facilities the sharing of resource, methodologies, tools and techniques."
Project Management Office หรือ PMO นั้น คือหน่วยงานกลางขององค์กร ที่มีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารโครงการในองค์กร เนื่องด้วยปัจจุบันองค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและการแข่งขันในธุรกิจ 

อ่านต่อ
 
     
 
 
  การใช้ PM Maturity Model ในการพัฒนาการ PM ในองค์กร  
     
  ปัจจัยความสำเร็จของการบริหารโครงการ นอกจากทักษะความสามารถของ Project Manager และทีมงานแล้ว ยังต้องอาศัยความพร้อมขององค์กรในการส่งเสริมให้การบริหารโครงการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรส่วนใหญ่เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถด้านการบริหารโครงการ (Personal Competency) โดยจะเห็นได้จากการจัดการอบรมบุคลากรอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามการพัฒนาบุคลากรเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ

อ่านต่อ
 
     

หลักสูตรที่เกี่ยวข้อง

- Project Management Office (3 Days)
- Project Management Master (9 Days)
- Project Management Professionals (6 Days)
- Project Management Practitioner (3 Days)
- Intensive PMP Exam Preparation – Guarantee (7 Days)
 

 


หน้าแรก | หลักสูตรและตารางอบรม | วิทยากร | บริการของเรา | ติดต่อลงทะเบียน
 
    Web hosting | website builder |เว็บไซต์สำเร็จรูป by ninenic ©Copyright 2002-2017 All rights reserved.
Knowledger Co., Ltd
728 Bangbon 4 Soi 7, Bangbon, Bangbon, Bangkok 10150 Thailand
Tax ID: 0105555106113
Tel : 081-583-8805, 081-643-2564
Email : info@knowledgertraining.com